ข่าวฟุตบอลรายวัน, ฟุตบอลออนไลน์

บาเยิร์น มิวนิคกร่อยสอยเรือดำน้ำไม่จม เจ๊า 1-1 ตกรอบ UEFA Champion League

บาเยิร์น

บาเยิร์นงานหยาบปราบเรือดำน้ำไม่สำเร็จโดนทีเด็ดท้ายเกมเจ๊า 1-1

บาเยิร์น มิวนิค เจ้าพ่อบุนเดสลีกาเยอรมัน ต้องจบเส้นทางการลุ้นแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาล 2021 – 2022 เอาไว้เพียงแค่รอบก่อนรองชนะเลิศ หลังจากไม่สามารถเปิดอัลลิอันซ์ อารีน่าเอาชนะบียาร์เรอัล เจ้าของแชมป์ยูโรปา ลีกซีซั่นที่แล้วจากลา ลีกาสเปน ได้สำเร็จ หลังโดนทีเด็ดจากทีมเรือดำน้ำแห่งแดนกระทิงดุตามตีเสมอไปได้ในช่วงท้ายเกม 1-1 ของรอบ 8 ทีมสุดท้ายนัดสอง เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2022 ทำให้กระเด็นตกรอบไปด้วยสกอร์รวมสองนัด 1-2

เกมนี้ บาเยิร์น มิวนิค จำเป็นต้องเปิดบ้านเอาชนะบียาร์เรอัลให้ได้สถานเดียว หลังจากนัดแรกออกไปเสียท่ากลับมา 0-1 และยูเนียล นาเกลส์มันน์ปรับทัพเล็กน้อยด้วยการส่งลูก้า แอร์กน็องเดซลงประจำการเป็นสามเซ็นเตอร์แบ็ก โดยมีคิงส์ลี่ย์ โกมัน ปีกตัวจี๊ดทีมชาติฝรั่งเศส และลีรอย ซาเน่ ปีกลมกรดทีมชาติเยอรมัน คอยขึ้นเกมริมเส้นทั้งสองฝั่ง และมีโรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ เจ้าของรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมชายของฟีฟ่าสองปีซ้อน รับบทหัวหอกตัวเป้าเหมือนเช่นเคย

ทางด้าน บียาร์เรอัล แทบไม่ต้องบอกก็คงทราบกันถ้วนหน้าแล้วว่าเกมนี้อูไน เอเมรี่คงกำชับลูกทีมให้เน้นเกมรับเป็นพิเศษ โดยมีปราการหลังจอมเก๋าชาวสเปนปักหลักบัญชาเกมรับร่วมกับรุ่นน้องร่วมชาติอย่างเปา ตอร์เรส และมีทีเด็ดที่คู่หน้าอย่างเคราร์ด โมเรโน่ หัวหอกดีกรีทีมชาติสเปน และอาร์โนต์ ดันจูม่า

บียาร์เรอัล บุกไปเป็นฝ่ายทักทายก่อนตั้งแต่นาทีที่ 5 จากการลองส่องไกลจากนอกกรอบเขตโทษของโมเรโน่ แต่บอลก็หลุดเสาออกไปไกลแทบไม่ได้ลุ้น

หลังจากนั้นพอบาเยิร์น มิวนิคจับจังหวะเกมได้ก็เป็นฝ่ายใส่เกียร์ห้าเดินหน้าประเคนเกมรุกบุกเข้าใส่เป็นระลอก และตอบโต้อย่างทันควันในนาทีถัดมา โดยโกมันครอสบอลไปที่หน้ากรอบเขตโทษให้จามาล มูเซียล่าซัดด้วยขวาไปติดบล็อก ก่อนที่จะจัดให้ไปอีกดอกจากการลองกดด้วยซ้ายนอกเขตโทษของซาเน่ในนาทีที่ 12 แต่ว่าบอลก็หลุดเสาไกลออกไป

โอกาสส่องเข้ากรอบครั้งแรกในเกมนี้ของเสือใต้เกิดขึ้นในนาทีที่ 29 จากจังหวะที่เลออน โกรัตซ์ก้าครอสบอลจากทางด้านขวาไปที่กลางประตูให้มูเซียล่าได้สอดเข้าไปโขก แต่บอลก็ยังไปตรงตัวของนายทวารเจ้าถิ่นอย่างเคโรมิโย่ รูยี่

เปิดฉากครึ่งหลังไปได้เพียงแค่ 3 นาที เสือใต้ ก็มีลุ้นขึ้นนำ หลังจากที่ได้ฟรีคิกบริเวณกลางประตู ก่อนที่ซาเน่จะขันอาสาซัดไปติดกำแพง และหลังจากนั้นถัดไปอีกเพียง 2 นาทีเท่านั้นเจ้าบ้านพลาดโอกาสขึ้นนำไปอย่างเหลือเชื่อ เมื่อซาเน่ลากบอลไปถึงเส้นหลังพร้อมหักเข้ากลางให้ดาโยต์ อูปาเมกาโน่เติมเกมรุกขึ้นไปได้ซัดจ่อๆ ข้ามคานออกไปเฉยเลย

แฟนบอลเจ้าถิ่นในอัลลีอันซ์ อารีน่าได้พากันเฮลั่นสุดเสียงในนาทีที่ 52 เมื่อทีมในดวงใจได้ประตูสำคัญที่รอคอยจนได้ โดยเกิดจากความผิดพลาดของแนวรับบียาร์เรอัลที่โดนตัดบอล ก่อนที่จะมาถึงโธมัส มุลเลอร์ ดาวเตะจอมเก๋าทีมชาติเยอรมัน แทงเข้ากลางไปในกรอบเขตโทษให้โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ซัดด้วยขวาเบียดเสาแรกเข้าไปตุงตาข่าย 1-0 ทำให้ตอนนี้สกอร์รวมสองนัดเท่ากันที่ 1-1

หลังจากนั้นพี่เสือก็กลายเป็นบอลได้ใจโหมเกมรุกเข้าใส่เป็นชุด และเกือบบวกสกอร์เพิ่มได้ในนาทีที่ 71 เมื่อซาเน่ครอสบอลจากทางด้านขวาเข้าไปในเขตโทษให้มุลเลอร์ได้โขกจากระยะไม่ถึง 6 หลา แต่ว่าบอลเจ้ากรรมดันหลุดเสาออกไปอย่างน่าเสียดายกันทั้งสนาม

ข่วงท้ายเกมบาเยิร์น มิวนิคโหมเกมรุกอย่างหนักเพื่อหวังปิดจ๊อบให้ได้ใน 90 นาที และก็มีโอกาสลุ้นเม็ดสองในนาทีที่ 77 โดยโจชัว คิมมิชผ่านบอลไปให้โกมันได้บอลทางด้านซ้าย ก่อนที่ดาวเตะผิวสีจากเมืองน้ำหอมจะลากตัดเข้ากลางพร้อมตะบันด้วยขวา บอลพุ่งเฉียดคานออกไปแบบสุดเสียวได้ลุ้นเลยทีเดียว

 

บาเยิร์น

 

เกมท่าท่าว่าจะต้องไปตัดสินกันในช่วงต่อเวลาพิเศษครึ่งละ 15 นาที ก่อนที่สาวกเสือใต้จะใจสลายไปตามๆ กันในนาทีที่ 88 จากจังหวะสวนกลับเร็วแล้วบอลมาที่เคราร์ด โมเรโน่ทางด้านซ้าย ก่อนที่ดาวเตะจากแดนกระทิงดุจะปาดบอลเลียดไปที่เสาไกลให้ซามูเอล ชุคเวเซ่สวมบทซูเปอร์ซับสับบอลแบบแป้กๆ กระดอนข้ามตัวจอมหนึบมือหนึ่งทีมชาติเยอรมันอย่างมานูเอล นอยเออร์เข้าไปตุงตาข่าย 1-1 หลังจากเพิ่งจะถูกส่งลงไปเป็นตัวสำรองได้เพียงแค่ 4 นาทีเท่านั้นเอง

จากผลเสมอในเกมนี้ ทำให้ บียาร์เรอัล ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศไปด้วยสกอร์รวม 2 นัด 2-1 และจะเข้าไปรอตัดเชือกกับผู้ชนะระหว่างลิเวอร์พูล รองจ่าฝูงพรีเมียร์อังกฤษ หรือยักษ์ใหญ่ในลีกโปรตุเกสอย่างเบนฟิก้า ซึ่งนัดแรกหงส์แดงบุกไปตุนสกอร์เอาไว้ 3-1 นอกจากนี้ยังเป็นการตบเท้าเข้ารอบรองชนะเลิศ “ถ้วยบิ๊กเอียร์” เป็นครั้งที่ 2 ของบียาร์เรอัล หลังจากก่อนหน้านี้เคยทำสำเร็จมาแล้วเมื่อปี 2006

 

รายชื่อผู้เล่นตัวจริงที่ลงสนาม:

บาเยิร์น มิวนิค (3-2-4-1): มานูเอล นอยเออร์,  แบ็งฌาแม็ง ปาวาร์,  ดาโยต์ อูปาเมกาโน่,  ลูก้าส์ แอร์กน็องเดซ (อัลฟอนโซ่ เดวิส นาทีที่ 87),  โยชัว คิมมิช,  เลออน โกรัตซ์ก้า,  ลีรอย ซาเน่,  โธมัส มุลเลอร์ (เอริกซ์ ชูโป-โมติง นาทีที่ 90),  จามาล มูเซียล่า (แซร์จ นาร์บี้ นาทีที่ 82),  คิลส์ลี่ย์ โกมัน,  โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้

ผู้จัดการทีม: ยูเลียน นาเกลส์มันน์

บียาร์เรอัล (4-4-2): เคโรมิโย่ รูยี่,  ฮวน ฟอยธ์,  ราอูล อัลบิโอล,  เปา ตอร์เรส,  เปร์วิส เอสตูปิญาน,  โจวานี่ โล เซลโซ่,  เอเตียนน์ กาปู,  ดานี่ ปาเรโฆ (แซร์จ ออริเย่ นาทีที่ 93),  ฟร็องซิส โกเกอแล็ง (ซามูเอล ชุคเวเซ่ นาทีที่ 84),  เคราร์ด โมเรโน่,  อาร์โนต์ ดันจูม่า (อัลฟอนโซ่ เปดราซ่า นาทีที่ 84)

ผู้จัดการทีม: อูไน เอเมรี่

ผู้ตัดสิน: สลาฟโก้ วินซิช (สโลวีเนีย)

 

pd12 banner

Related Posts