ข่าวฟุตบอลรายวัน, ฟุตบอลออนไลน์

ฟุตบอลออนไลน์ วัตฟอร์ดรอเผาจริงหลังโดนหงส์แดงสอย 0-2

ฟุตบอลออนไลน์

ฟุตบอลออนไลน์ วัตฟอร์ดรอเผาจริงหลังโดนหงส์แดงสอย 0-2

วัตฟอร์ด แทบจะต้องนับถอยหลังกับช่วงเวลาอันแสนสุขที่จะได้เก็บเกี่ยวจากศึกพรีเมียร์ลีกในฤดูกาลนี้  หลังจากออกไปพ่ายลิเวอร์พูลในนัดล่าสุด 0-2 เมื่อค่ำคืนวันเสาร์ที่ 2 เมษายน 2022 ทำให้โอกาสที่จะได้ยืนหยัดอยู่บนเวทีลีกสูงสุดของเมืองผู้ดีในซีซั่นหน้าเลือนลางลงไปทุกที

วัตฟอร์ดเตรียมจองศาลาหลังพ่ายลิเวอร์พูล

โอกาสที่ วัตฟอร์ด จะอยู่รอดปลอดภัยในศึกพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้นั้นมันแทบจะเป็นไปไม่ได้เสียแล้ว  หลังจากที่ลูกทีมของรอย ฮ็อดจ์สันออกไปพ่ายให้ลิเวอร์พูลไปตามระเบียบ 0-2 เมื่อค่ำคืนวันเสาร์ที่ 2 เมษายน 2022 ทำให้ตอนนี้ยังคงวนเวียนอยู่ในโซนตกชั้น  แม้ว่าจะตามหลังทีมปลอดภัยอย่างเอฟเวอร์ตันเพียงแค่ 3 แต้ม  แต่นั่นมันก็ยากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทรเมื่อเจ้าแตนอาละวาดลงเล่นมากกว่าทอฟฟี่สีน้ำเงินภายใต้การกุมบังเหียนของแฟร้งค์ แลมพาร์ดไปถึง 3 นัดเลยทีเดียว

แม้ว่าเกมนี้ลิเวอร์พูลจะไม่มีเทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ แบ็กขวาจอมแอสซีสต์ทีมชาติอังกฤษ ที่ยังไม่หายเดี้ยง  แต่ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตเมื่อโจ โกเมซพร้อมเสียบแทนอย่างลงตัว  ขณะที่แผงหน้าเลือกที่จะให้ซาดิโอ มาเน่ ดาวยิงตัวเก่งทีมชาติเซเนกัล ออกสตาร์ทที่ม้านั่งสำรอง  หลังจากเพิ่งไปกรำศึกช่วยให้ทีมบ้านเกิดตีตั๋วไปลุยฟุตบอลโลก 2022 รอบสุดท้ายที่กาตาร์ไปได้หมาด ๆ และน่าจะยังไม่ฟิตเต็มถึงพร้อมที่จะลงล่าตาข่ายตั้งแต่ต้นเกม  ขณะที่ วัตฟอร์ด จัดชุดใหญ่บุกมาสู้แบบไม่มีอะไรจะเสีย นำทัพโดยอิสไมล่า ซาร์ แข้งทีมชาติมาลีที่มักชอบทำแสบยามเผชิญหน้ากับหงส์แดง

เจ้าบ้านเป็นฝ่ายออกหมัดทักทายก่อนจากจังหวะเก็บตกบอลที่เสาไกลของโมฮาเหม็ด ซาลาห์ แต่ก็ซัดหลุดกรอบออกไป  แต่ทางฝั่งทีมเยือนก็โต้ตอบในทันทีจากการที่ซาร์ลองซัดแบบไม่จับหน้าเขตโทษแบบมีลุ้นไม่น้อยเมื่อบอลข้ามคานไปเพียงนิดเดียวเท่านั้นเอง

นาทีที่ 22 แฟนหงส์แดงแทบต้องพากันน้ำตาร่วมกันเป็นแถว  เมื่อยูราจ์ คุซก้ามีโอกาสทองได้หลุดเดียวเข้าไปซัดที่เสาแรก  แต่ว่าอลีสซง เบ็คเกอร์ยังไหวตัวทันออกมาปิดมุมได้อย่างทันท่วงที  ก่อนที่นายทวารเบอร์หนึ่งทีมชาติบราซิลจะใช้เท้าเซฟออกไปได้

Liverpool watford 2 1

เมื่อ วัตฟอร์ด ปล่อยโอกาสทองหลุดลอยไปในอวกาศ  หลังจากนั้นเพียงแค่นาทีเดียวเท่านั้นเองก็โดนลิเวอร์พูลลงโทษอย่างทันควัน  โดยโจ โกเมซ แบ็กขวาดีกรีทีมชาติอังกฤษ เติมเกมรุกขึ้นมาเปิดบอลจากทางด้านกราบขวาเข้าไปในเขตโทษให้ดีโอโก้ โชต้า ดาวยิงทีมชาติโปรตุเกส พุ่งโฉบตัดหน้าประตูแตนอาละวาดอย่างเบน ฟอสเตอร์ส่งบอลเข้าไปตุงตาข่ายสาวกเดอะค็อปด้เฮกันชนิดที่แอนฟิลด์แทบแตก 1-0

นาทีที่ 38 ลิเวอร์พูลน่าจะหนีห่างออกไปเป็น 2-0 จากจังหวะที่ต่อบอลสั้นกันบริเวณหน้าเขตโทษของ วัตฟอร์ด  ก่อนที่โฌแอล มาติป แนวรับสุดแกร่งชาวแคเมอรูน จะเติมเกมรุกขึ้นมาไขว้บอลไปที่ช่องว่างให้โชต้าได้กดเน้น ๆ ที่เสาไกล  แต่วัตฟอร์ดรอดตัวไปได้จากการเซฟของฟอสเตอร์

นาทีที่ 56 หงส์แดงหวิดสยายปีกทิ้งห่างแตนอาละวาด  หลังจากที่เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ หัวใจในแนวรับทีมชาติฮอลแลนด์ ได้โขกจ่อ ๆ แต่ว่าบอลเหินข้ามคานไปอย่างน่าเสียดาย

หงส์แดงปรับทัพด้วยการทิ้งไพ่ใบแรกอย่างฟาบินโญ่ ดาวเตะสารพัดประโยชน์ทีมชาติบราซิล ลงมาทำหน้าที่ในแผงกลางแทนที่ของเคอร์ติส โจนส์ในนาทีที่ 62 และก็แผลงฤทธิ์ทันทีในอีก 4 นาทีถัดมาจากการตักบอลเข้าเขตโทษให้ซาลาห์ได้โอกาสขึ้นโขก  แต่ว่าซุปตาร์ทีมชาติอียิปต์โหนโหม่งบอลมากเกินไปทำให้ไปตกใต้คาน

หลังจากนั้นทุกสิ่งทุกอย่างก็ดูเหมือนเป็นใจให้ลิเวอร์พูลฟันสามแต้มในเกมนี้ไปได้ไม่ยาก  โดยต่างเล่นกันแบบประคองตัวรอเสียงนกหวีดยาวเป่าจบเกมจากผู้ตัดสินเท่านั้นเอง  โดยที่หงส์แดงต่างเล่นกันอย่างรัดกุมไม่ติดประมาทแม้แต่น้อยเลย

นาทีที่ 88 วัตฟอร์ด ต้องมาเสียเพิ่มแบบแทบไม่น่าเชื่อ  เมื่อผู้ตัดสินเช็กวีเออาร์ย้อนหลังจากจังหวะที่คุซก้าไปทำฟาวล์โชต้าในเขตโทษก่อนหน้านี้  ก่อนที่จะชี้ไปที่จุดโทษ  และฟาบินโญ่รับหน้าที่สังหารอย่างเฉียบขาดชนิดที่ฟอสเตอร์หมดสิทธิ์เซฟด้วยประการทั้งปวง

รายชื่อผู้เล่นตัวจริงที่ลงสนาม:

ลิเวอร์พูล (4-3-3): อลีสซง เบ็คเกอร์,  โจ โกเมซ,  โฌแอล มาติป,  เฟอร์กิล ฟาน ไดค์,  แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน,  จอร์แดน เฮนเดอร์สัน,  เคอร์ติส โจนส์ (ฟาบินโญ่ นาทีที่ 62),  ติอาโก้ อัลกันตาร่า (เจมส์ มิลเนอร์ นาทีที่ 90),  โมฮาเหม็ด ซาลาห์ (ซาดิโอ มาเน่ นาทีที่ 69),  โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่,  ดีโอโก้ โชต้า

ผู้จัดการทีม: เจอร์เก้น คล็อปป์

วัตฟอร์ด (4-3-3): เบน ฟอสเตอร์,  กิโก้ เฟเมเนีย,  คริสติย็อง กาบาเซเล่,  “ซาเมียร์” กาเอตาโน่ เดอ ซูซ่า ซานโต๊ส,  ฮาสซาน กามาร่า,  มุสซ่า ซิสโซโก้,  อิมราน ลูฟ่า (ทอม เคลฟเวอรี่ นาทีที่ 78),  ยูราจ์ คุซก้า,  อิสไมล่า ซาร์,  คูโช่ (เอ็มมานูเอล เดนนิส นาทีที่ 78),  ชูเอา เปโดร (โจชัว คิง นาทีที่ 78)

ผู้จัดการทีม: รอย ฮ็อดจ์สัน

ผู้ตัดสิน: สจ๊วร์ต แอ็ตต์เวลล์

 

Related Posts