ข่าวฟุตบอลรายวัน

ฟุตบอลออนไลน์ เรือใบสีฟ้าเปิดรังรัวใส่ปีศาจแดงไส้แตก 4-1

ฟุตบอลออนไลน์

เรือใบสีฟ้าเปิดรังรัวใส่ปีศาจแดงไส้แตก 4-1

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แชมป์และจ่าฝูงพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ยังคงพอใจได้คล่องคอจากการเปิดเอติฮัด สเตเดี้ยมรัวใส่คู่กัดร่วมเมืองอย่างแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดไปไส้แตก 4-1 ในเกมลีกสูงสุดเมืองผู้ดีนัดล่าสุด เมื่อค่ำคืนวันอาทิตย์ที่ 6 มีนาคม 2022 ทำให้ยังคงรักษาระยะห่างทิ้งลิเวอร์พูล ซึ่งตอนนี้ฟอร์มหุงขึ้นหม้อสุด ๆ อยู่ 6 แต้มเท่าเดิม  แม้ว่าจะลงเล่นมากกว่าหงส์แดงไปหนึ่งเกมก็ตาม

เกมนี้ขุมกำลังของผู้มาเยือนอย่างแมนฯยูฯค่อนข้างจะแทบพิการ  หลังจากไร้เงาของสองดาวยิงตัวความหวังของทีมอย่างคริสเตียโน่ โรนัลโด้ เจ้าของรางวัลบัลลงดอร์ 5 สมัยชาวโปรตุกีส และเอดิสัน คาวานี่ สิงห์เฒ่าทีมชาติอุรุกวัย ที่ยังไม่ฟิตพอสำหรับในเกมนี้  หนำซ้ำยังโชคร้ายที่แบ็กซ้ายทีมชาติอังกฤษอย่างลุค ชอวร์ดันมาตรวจพบเชื้อไวรัสวายร้ายอย่างโควิด-19 ทำให้พลาดเกมแมนเชสเตอร์ ดาร์บี้ แมตช์ ไปอีกราย  ขณะที่แมนฯซิตี้พร้อมจัดหนักจัดเต็มและกระหายที่จะคว้าชัยเพื่อทำแต้มฉีกหนีลิเวอร์พูล  โดยมีเควิน เดอ บรอยน์ เพลย์เมกเกอร์ทีมชาติเบลเยี่ยม รับบทจอมทัพของเรือใบสีฟ้าในเกมนี้

ลูกทีมของเป๊ป กวาร์ดิโอล่าได้ประตูปลดล็อกพร้อมขึ้นนำ 1-0 อย่างรวดเร็ว หลังจากเปิดฉากไปได้เพียงแค่ 5 นาทีเท่านั้นเอง  โดยแบร์นาโด้ ซิลวา ปีกตัวจี๊ดทีมชาติโปรตุเกส ทำชิ่งทางฝั่งซ้ายแล้วตบเข้าไปหน้าปากประตู  ก่อนที่เดอ บรอยน์จะตามเข้าไปชาร์จเผาขนจากระยะเพียงแค่ 6 หลาในกรอบหน้าปากประตูชนิดที่ดาบิด เด เคอา นายทวารจอมเก๋าทีมชาติสเปน หมดสิทธิ์เซฟเลยทีเดียว

หลังจากนั้นอีกเพียงแค่ 3 นาทีแมนฯยูฯก็โต้ตอบอย่างทันควัน  โดยบรูโน่ แฟร์นันด์ สตาร์ทีมชาติโปรตุเกส แทงบอลทะลุเข้าไปในเขตโทษให้เฟร็ด ดาวเตะแซมบ้า โชว์ลีลาสุดพลิ้วพลิกหลุดเข้าไปในกรอบ 6 หลาหน้าปากประตู  แต่น่าเสียดายที่จังหวะสุดท้ายดันแตะยาวทำให้ซัดได้ไม่ถนัด และเอแดร์ซอน โมราเอส จอมหนึบมือสองของทีมชาติบราซิล ออกมาปิดมุมพร้อมบล็อกเอาไว้ได้อย่างทันท่วงที

เด เคอาต้องโชว์ซูเปอร์เซฟช่วยไม่ให้แมนฯยูฯโดนเม็ดสองในนาทีที่ 17 เมื่อเดอ บรอยน์ได้บอลทางด้านซ้ายพาแหวกเข้าไปในเขตโทษได้ช่องลองส่องไกลไปที่เสาสอง แต่มือปลาหมึกจากแดนกระทิงดุก็ยังมีดีพอที่จะพุ่งปัดออกไปได้อย่างหวุดหวิด

3.2 1            แต่เล่นไปเล่นมากลายเป็นแมนฯยูฯไล่ตีเสมอได้สำเร็จ 1-1 จนได้จากจังหวะสวนกลับที่ปอล ป๊อกบา อาร์ตตัวพ่อทีมชาติฝรั่งเศส ถอยลงไปเก็บบอลทางฝั่งขวาแล้วยกบอลเร็วข้ามฟากไปให้เจดอน ซานโช่ ปีกจรวดทีมชาติอังกฤษ หลุดเดี่ยวเข้าไปโยกหลอกเพื่อนร่วมทีมชาติอังกฤษอย่างไคล์ วอล์คเกอร์  ก่อนที่จะก้มหน้าบรรจงปั่นจากบนเส้น 18 หลาหน้ากรอบเขตโทษ  แล้วบอลเลี้ยวโค้งกันเห็น ๆ หนีมือเอแอร์ซอน ซึ่งพยายามพุ่งปัดแล้วแต่ไม่ทัน และบอลเบียดโคนเสาไกลเข้าไปหงามหยดเลยทีเดียวในนาทีที่ 22

หลังจากนั้นเพียงแค่ 3 นาทีแมนฯซิตี้หวิดขึ้นนำอีกครั้งจากการเติมเกมรุกขึ้นมาทางริมเส้นด้านซ้ายของซิลวา  ก่อนที่แข้งแดนฝอยทองจะเปิดยัดเข้าไปในเขตโทษบอลตกใส่หัวฟิล โฟเด้น เจ้าหนูมหัศจรรย์ทีมชาติอังกฤษ ทิ้งตัวโขกเปลี่ยนทางบอลลอยย้อยข้ามเด เคอาไปได้แล้ว  แต่ว่าดันไปตกลงบนคานเด้งออกหลังไปอย่างน่าเสียดาย

อย่างไรก็ดีหลังจากนั้นแค่ 5 นาทีลูกทีมของกวาร์ดิโอล่าก็พลิกกลับขึ้นนำอีกครั้งได้สำเร็จ 2-1 เมื่อแจ็ค กรีลิช จอมเทคนิคทีมชาติอังกฤษ โขกบอลฉงเข้าไปในเขตโทษให้โฟเด้นยกบอลข้ามหัววิคตอร์ ลินเดอเลิฟ ปราการหลังทีมชาติสวีเดน หลุดเดี่ยวเข้าไปดวลตัวต่อตัวกับเด เคอา  แม้ผู้รักษาประตูชาวสเปนจะปัดไปเข้าทางปืนของซิลวาได้ซ้ำดาบสอง  แม้ว่าบอลจะไปแฉลบแข้งปีศาจแดง  แต่ก็ยังดีที่มาเข้าปากปืนเดอ บรอยน์กดเม็ดสองของเขาในเกมนี้ไม่เหลือซาก 2-1

เรือใบสีฟ้ายังได้เสียวส่งท้ายก่อนหมดครึ่งแรก  โดยริยาร์ด มาห์เรซ ซุปตาร์ทีมชาติแอลจีเรีย ลากบอลจี้เข้าไปในเขตโทษพร้อมโยกหนีดาวเตะอาร์เจนไตน์อย่างอเล็กซ์ เตลเลส  ก่อนที่จะปั่นด้วยขวาผ่านบล็อกกัปตันทีมผีแดงอย่างแฮร์รี่ แม็กไกวร์ แนวรับทีมชาติอังกฤษ แต่ก็ยังไม่สุดปัญญาที่เด เคอาจะควักบอลทิ้งออกไปได้ทัน

หมดครึ่งแรก: แมนเชสเตอร์ ซิตี้  2 – 1 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ครึ่งหลังยังคงเป็นแมนฯซิตี้ที่ประเคนเกมรุกเข้าใส่เป็นระลอก  และนวดจนได้ประตูหนีห่างออกไปเป็น 3-1 จากลูกสูตรการเตะมุมทางฝั่งขวาของเดอ บรอยน์ที่หยอดบอลย้อยออกมาบนเส้น 18 หลาให้มาเรซตั้งป้อมปั่นด้วยซ้ายแฉลบแม็กไกวร์เสียบเข้าเสาไกลไปอย่างสุดสวยในนาทีที่ 68

แมนฯซิตี้ยังคงมีลุ้นบวกสกอร์เพิ่มอย่างต่อเนื่อง  และก็มาได้ประตูตอกฝาโรง 4-1 ในนาทีสุดท้ายของเกมนี้จากความผิดพลาดของเค เคอาที่เตะเปิดบอลออกมาได้ไม่ดีสักเท่าไหร่  ทำให้อิคลาย กุนโดกัน ดาวเตะทีมชาติเยอรมัน ซึ่งลงมาเป็นตัวสำรองในเกมนี้ พาบอลหนีขึ้นมาแทงผ่านไปให้มาห์เรซขยับหลุดเดี่ยวซัดอัดหน้าอกของนายทวารทีมชาติสเปนเข้าไปตุงตาข่าย  แม้ว่าตอนแรกผู้ช่วยผู้ตัดสินจะยกธงล้ำหน้า  แต่หลังจากเช็กวีเออาร์แล้วกลับคำตัดสินให้ประตูปิดกล่องของลูกทีมกวาร์ดิโอล่า

 

Related Posts