ข่าวฟุตบอลรายวัน, ฟุตบอลออนไลน์

ลิเวอร์พูลแรงไม่หยุดจัด 2-0 ฉุดทอฟฟี่สีน้ำเงินเสี่ยงตกชั้น Premier League

ลิเวอร์พูล

งานนี้ไม่มีการเห็นอกเห็นใจเพื่อนร่วมเมืองแต่อย่างใด  โดย ลิเวอร์พูล ยังคงเดินหน้ากวาดชัยใน พรีเมียร์ลีก อังกฤษด้วยการเปิดแอนฟิลด์ตบ เอฟเวอร์ตัน ไปนิ่ม ๆ 2-0 ในเกมลีกนัดเมอร์ซี่ย์ไซด์ ดาร์บี้ แมตช์ เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 24 เมษายน 2022 ทำให้ทอฟฟี่สีน้ำเงินร่วงลงไปอยู่ในโซนตกชั้นไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และตามหลังทีมในโซนปลอดภัยอย่างเบิร์นลี่ย์ 2 แต้มแม้ว่าจะลงเล่นน้อยกว่าหนึ่งนัดก็ตาม  ขณะที่หงส์แดงตีปีกไล่บี้ห่างจ่าฝูงอย่างแมนเชสเตอร์ ซิตี้เหลือแต้มเดียวเหมือนเดิม

เกมนี้เจอร์เก้น คล็อปป์เรียกใช้บริการดีโอโก้ โชต้า ดาวยิงทีมชาติโปรตุเกส ลงเป็นสามประสานในแผงหน้าร่วมกับคู่หูมหาประลัยอย่างโมฮาเหม็ด ซาลาห์ ซุปตาร์ทีมชาติอียิปต์ และซาดิโอ มาเน่ เจ้าของแชมป์แอฟริกัน เนชั่นส์ คัพ 2022 จากเซเนกัล  ขณะที่แฟร้งค์ แลมพาร์ดส่งชุดใหญ่เท่าที่มีบุกสู้สุดฤทธิ์โดยฝากความหวังเอาไว้ที่ตัวทีเด็ดดาวเตะทีมชาติบราซิลอย่างริชาร์ลิซอน

แม้ว่าหงส์แดงจะเหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัดในช่วงต้นเกม  แต่ก็ยังเจาะแนวรับเอฟเวอร์ตันไม่เข้าแทบไม่มีโอกาสจะแจ้งเลย  แถมมีเสียวในนาทีที่ 25 เมื่อแอนโธนี่ กอร์ดอนเลี้ยงบอลเข้าไปในเขตโทษแล้วแตะหลบนาบี เกอิต้า ก่อนที่จะร่วงลงไปในเขตโทษ แต่เจ้าถิ่นดวงยังแข็งที่ผู้ตัดสินควักใบเหลือให้แทนในข้อหาพุ่งล้มเรียกจุดโทษ

หลังจากนั้นทั้งสองฝ่ายต่างแลกหมัดกันคนละดอก  โดยหงส์แดงได้ลุ้นจากการซัดหลุดเสาออกไปของโชต้า  ส่วนทางฝั่งทอฟฟี่สีน้ำเงินได้เสียวจากการซัดเรียดผ่านเสาไกลออกไปของอับดูลาย ดูกูเร่

นาทีสุดท้ายของครึ่งแรกมีเหตุการณ์วุ่นวายเกิดขึ้น  หลังจากที่ริชาร์ลิซอนเกิดข้อเท้าพลิกลงไปนอนกองบนพื้นสนาม และแข้งทอฟฟี่สีน้ำเงินไม่พอใจที่หงส์แดงไม่เตะบอลทิ้งเพื่อให้แพทย์สนามเข้ามาดูอาการบาดเจ็บของเพื่อนร่วมทีม  ทำให้ดูกูเร่เป็นฝ่ายเหนี่ยวใส่ฟาบินโญ่ ก่อนที่นักเตะทั้งสองฝ่ายจะกรูกันเข้าไปในสนาม แล้วสุดท้ายผู้ตัดสินแจกใบเหลือให้ดูกุเร่กับมาเน่

นาทีที่ 54 เอฟเวอร์ตัน มีโอกาสได้ลุ้นจุดโทษในเกมนี้อีกครั้ง  หลังจากที่อเล็กซ์ อิโวบี้จ่ายบอลสวนกลับเร็วให้กอร์ดอนเบียดกระแทกกับโฌแอล มาติปร่วงลงไปในเขตโทษ แต่ยังไม่มีน้ำหนักมากพอที่ผู้ตัดสินจะเป่าให้เป็นจุดโทษ

 

ลิเวอร์พูล

 

หงส์แดงขึ้นนำในครึ่ง หลังจากบุกเกมอย่างหนัก

นาทีที่ 62 สาวก หงส์แดง ก็ได้เฮกันลั่นแอนฟิลด์สมแก่การรอคอยมานาน  โดยซาลาห์เล่นบอลฝากเรียดกับดิว็อก โอริกี้  ก่อนที่จะคืนบอลไปให้แข้งทองคำจากแดนไอยคุปต์หยอดบอลข้ามไปทางเสาด้านซ้ายให้แอนดรูว์ โรเบิร์ตสันโขกหนีตัวจอมหนึบทีมชาติอังกฤษอย่างจอร์แดน พิคฟอร์ดเข้าไปตุงตาข่าย 1-0

นาทีที่ 64 ลิเวอร์พูลมีลุ้นเม็ดสองในเกมนี้อย่างทันควัน  โดยหลุยส์ ดิอาซโชว์สเต็ปเทพด้วยการใช้ข้างเท้าขวาไขว้จับบอลลง  ก่อนที่จะกระชากบอลหลุดเข้าไปในเขตโทษด้านซ้ายพร้อมซัดยัดมุมแคบ แต่ว่าพิคฟอร์ดยังช่วยเซฟเอฟเวอร์ตันเอาไว้ได้

นาทีที่ 66 หงส์แดงเป็นฝ่ายได้ลุ้นบวกสกอร์เพิ่มแบบรัว ๆ อีกครั้ง  หลังจากพิคฟอร์ดชกบอลย้อยออกมาเข้าทางเทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์โยนบอลจากทางด้านขวาลอยไปเข้าหัวมาติปได้โขกบอลกำลังจะเข้าประตู  แต่ว่าเมสัน โฮลเกตยังยืนคุมเส้นประตูเคลียร์ทิ้งออกไป  ก่อนที่ซาลาห์จะได้ซัดบอลเฉี่ยวคานแบบได้เสียวเลยทีเดียว

นาทีที่ 85 ลิเวอร์พูลมาได้ประตูตอกย้ำชัย 2-0 เมื่อโรเบิร์ตสันบรรจงเตะมุมทางด้านซ้ายบอลลอยโด่งไปถึงจอร์ดแดน เฮนเดอร์สันโยนบอลหน้าเขตโทษด้านขวาย้อนทางไปให้หลุยส์ ดิอาซจักรยานอากาศบอลกระดอนพื้นมาเข้าทางปืนของโอริกี้โขกเข้าไปแบบไม่ยากเย็นนัก

สำหรับพลพรรค ทอฟฟี่สีน้ำเงิน จัดได้ว่าเป็น 1 ใน 6 อรหันต์ร่วมกับลิเวอร์พูล,  แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด,  เชลซี,  อาร์เซน่อล  และสเปอร์ส ที่ยังไม่เคยตกชั้นนับตั้งแต่ที่มีการเปลี่ยนชื่อจากเดิม “ดิวิชั่น 1” มาเป็น “พรีเมียร์ลีก” เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ฤดูกาล 1992 – 1993

อย่างไรก็ดีก่อนหน้านี้เอฟเวอร์ตันเคยตกชั้นมาแล้ว 2 ครั้ง  โดยครั้งแรกเกิดขึ้นในฤดูกาล 1929 – 1930 แต่ก็ใช้เวลาเพียงฤดูกาลเดียวเท่านั้นในการหวนกลับคืนสู่ลีกสูงสุดเมืองผู้ดีอีกครั้ง  หลังจากนั้นก็ตกชั้นหนที่สองเมื่อซีซั่น 1950 – 1951 แต่รอบนี้ใช้เวลานานถึง 3 ฤดูกาลกว่าที่จะเลื่อนชั้นกลับขึ้นมาได้สำเร็จ

 

รายชื่อผู้เล่นตัวจริงที่ลงสนาม:

ลิเวอร์พูล (4-3-3): อลีสซง เบ็คเกอร์,  เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์,  โฌแอล มาติป,  เฟอร์กิล ฟาน ไดค์,  แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน,  ติอาโก้ อัลคันทาร่า,  ฟาบินโญ่,  นาบี เกอิต้า (ดิว็อก โอริกี้ นาทีที่ 60),  โมฮาเหม็ด ซาลาห์,  ดีโอโก้ โชต้า (จอร์แดน เฮนเดอร์สัน นาทีที่ 83),  ซาดิโอ มาเน่ (หลุยส์ ดิอาซ นาทีที่ 60)

โค้ช: เจอร์เก้น คล็อปป์

เอฟเวอร์ตัน (4-3-3): จอร์แดน พิคฟอร์ด,  เซมัส โคลแมน,  ไมเคิ่ล คีน,  เมลสัน โฮลเกต,  วิตาลี่ มิโคเลนโก้,  อับดูลาย ดูกูเร่,  อัลลัน (เดเล่ อัลลี่ นาทีที่ 73),  อเล็กซ์ อิโวบี้,  แอนโธนี่ กอร์ดอน,  ริชาร์ลิซอน,  เดมาราย เกรย์ (โซโลมอน รอนดอน นาทีที่ 77)

โค้ช: แฟร้งค์ แลมพาร์ด

กรรมการ: สจ๊วร์ต แอ็ตเวลล์

pd12 banner

Related Posts