ข่าวฟุตบอลรายวัน, ฟุตบอลออนไลน์

ลิเวอร์พูลควงแขนเรือใบกำชัย แชมป์ซีซั่น 2021/22 นี้ลุ้นกันยาวๆ | Premier League

ลิเวอร์พูล

เชื่อเหลือเกินว่าการลุ้นแชมป์ พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2021 – 2022 น่าจะได้ลุ้นกันยาวไปจนถึงนัดสุดท้ายของซีซั่นกันเลยทีเดียว  หลังจากที่ทั้ง ลิเวอร์พูล และแมนเชสเตอร์ ซิตี้ต่างกำชัยได้ในเกมลีกสูงสุดของเมืองผู้ดีนัดล่าสุด เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 30 เมษายน 2022 ทำให้ตอนนี้เรือใบสีฟ้ายังคงรั้งจ่าฝูงทิ้งห่าง หงส์แดงเพียงแต้มเดียวเหมือนเช่นเคย  หลังจากที่ลูกทีมของเจอร์เก้น คล็อปป์บุกไปคว้าสามแต้มสำคัญได้จาก นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด 1-0 ขณะที่ลูกทีมของเป๊ป กวาร์ดิโอล่าก็ไม่ยอมน้อยหน้าบุกไปบอมบ์ใส่ลีดส์ ยูไนเต็ดไม่เหลือซาก 4-0

นิวคาสเซิ่ลกำลังอยู่ในช่วงท็อปฟอร์มจากการเดินหน้ากวาดชัยในพรีเมียร์ลีกติดต่อกันเป็นนัดที่ 4 ขณะที่ ลิเวอร์พูล มีความมั่นใจเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ รวมทั้งยังมีลุ้นสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการฟาดแชมป์ครบทุกรายการในซีซั่นนี้  หลังจากได้ถ้วยคาราบาว คัพไปครองแล้วหนึ่งใบ และจะเข้าไปชิงถ้วยเอฟเอ คัพกับเชลซีในรอบชิงชนะเลิศที่เวมบลี่ย์  รวมทั้งยังมีโอกาสที่จะทะลุเข้าไปถึงนัดชิงชนะเลิศศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกได้ไม่น้อยเลยทีเดียว  หลังจากชิงความได้เปรียบจากการเปิดแอนฟิลด์เอาชนะแชมป์ยูโรปา ลีกซีซั่นที่แล้วจากสเปนอย่างบียาร์เรอัลไปได้ 2-0 ในรอบรองชนะเลิศนัดแรกที่แอนฟิลด์เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา

เอ็ดดี้ ฮาวจัดหนักจัดเต็มด้วยการขนชุดเอ็กซ์แอลลงรับมือนำทัพโดยสองทีเด็ดในแนวรุกอย่างบรูโน่ กิมาไรส์กับอัลล็อง แซงต์-มักซิแม็ง  ส่วนเจอร์เก้น คล็อปป์ต้องหันมาใช้บริการโรเตชั่นเพื่อเก็บความสดแข้งหลักบางรายเอาไว้บู๊กับบียาร์เรอัล ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบรองชนะเลิศนัดสอง ในวันอังคารที่ 3 พฤษภาคม 2022 โดยดร็อปโมฮาเหม็ด ซาลาห์ ซุปตาร์ทีมชาติอียิปต์ เอาไว้บนม้านั่งสำรองในเกมนี้

นาทีที่ 7 หงส์แดงเป็นฝ่ายมีโอกาสบุกไปขึ้นนำ จากจังหวะที่ดีโอโก้ โชต้า ดาวยิงทีมชาติโปรตุเกส ลากลุยขึ้นมาแล้วจ่ายไปติดแนวรับของเจ้าสาลิกาดง  แต่กลายเป็นดีเมื่อบอลกระดอนไปเข้าทางปืนของนาบี เกอิต้าได้วิ่งมาตะบันด้วยขวา แต่ว่าบอลพุ่งหลุดเสาไกลออกไปอย่างน่าเสียดาย  ก่อนที่อีก 3 นาทีถัดมาเฟอร์ กิล ฟานไดค์ หัวใจในแนวรับทีมชาติฮอลแลนด์ เติมเกมขึ้นไปเล่นในจังหวะเตะมุมทางฝั่งขวา แล้วได้มีโอกาสตะบันด้วยขวาแต่ก็ข้ามคานออกไป

นาทีที่ 19 สาวกหงส์แดงที่ตามไปเชียร์ทีมรักในเกมนี้ต่างได้เฮกันสุดเสียงเมื่อทีมโปรดเป็นฝ่ายขึ้นนำ 1-0 จากความขยันของเจมส์ มิลเนอร์ที่ไปตัดบอลได้จากกลางสนาม  ก่อนที่บอลจะมาถึงโชต้าแล้วไหลต่อไปให้นาบี เกอิต้าได้ลากบอลเข้าไปในเขตโทษกลางประตูพร้อมกดแบบเน้น ๆ ไม่มีพลาดแต่อย่างใด

นาทีที่ 34 หงส์แดงมีลุ้นเม็ดสองของเกมนี้จากจังหวะที่ หลุยส์ ดิอาซ ปีกลมกรดทีมชาติโคลอมเบีย ลากบอลขึ้นมาจากทางด้านขวาแล้วไหลใส่พานทองฝังเพชรถวายให้ซาดิโอ มาเน่ เจ้าของแชมป์แอฟริกัน เนชั่นส์ คัพ 2022 จากเซเนกัล วิ่งเข้ามาแปตามน้ำแต่ก็ยังติดตัวนายทวารเจ้าถิ่นอย่างมาร์ติน ดูบราฟก้า

นาทีที่ 37 เจ้าสาลิกาดงพลาดโอกาสที่จะตีเสมอหลังส่งลูกเข้าไปตุงตาข่ายได้สำเร็จ  จากจังหวะที่บรูโน่ กิมาไรส์แทงทะลุช่องให้มิเกล อัลเมรอนหลุดเดี่ยวเข้าไปซัดผ่านนายด่านหมายเลขหนึ่งทีมชาติบราซิลอย่างอลีสซง เบ็คเกอร์  แต่ว่าโดนจับล้ำหน้าไปอย่างน่าเสียดาย

นาทีที่ 41 หงส์แดงน่าจะตีปีกหนีห่างไปเป็น 2-0 แบบสุด ๆ เมื่อโจ โกเมซเปิดเข้าไปในเขตโทษให้โชต้าได้โขกจากระยะค่อนข้างไกล  แต่ดูบราฟก้าก็เซฟไม่ให้ทูนอาร์มี่ต้องเสียเพิ่มเม็ดสอง

ลิเวอร์พูล

 

ลิเวอร์พูลยังคงเป็นฝ่ายที่ประเคนเกมรุกเข้าใส่เป็นระลอกในครึ่งหลัง 

ในนาทีที่ 62 จากการเติมเกมรุกขึ้นไปของโกเมซทางด้านขวาแล้วจ่ายถวายพานทองมาให้เกอิต้าวิ่งมากดเน้น ๆ เล่นทาง แต่ว่าบอลหลุดกรอบออกไปชนิดที่ได้เสียวกันทั้งสนามเลยทีเดียว

เกมนี้หากไม่ได้ดูบราฟก้าเจ้าสาลิกาน่าจะเละเทะไปมากกว่านี้  หลังจากที่นายด่านเจ้าถิ่นเซฟทั้งลูกยิงของซาลาห์ แข้งทองคำจากแดนมัมมี่ ซึ่งเกมนี้ลงมาเป็นตัวสำรองในครึ่งหลัง และการสับไกของโชต้า  แต่สุดท้ายหงส์แดงก็ยังไม่สามารถพังประตูเพิ่มได้  และลงเอยด้วยการปล้นชัยกลับแอนฟิลด์ไปด้วยสกอร์ 1-0

อย่างไรก็ดีจากชัยชนะที่ท่วมท้นของ แมนฯซิตี้ ที่มีต่อ ลีดส์ ยูไนเต็ด 4-0 ทำให้ตอนนี้เรือใบสีฟ้ามีลูกได้เสียเป็น +63 และตามหลังหงส์แดงเพียงแค่ลูกเดียวเท่านั้นเอง

 

รายชื่อผู้เล่นตัวจริงที่ลงสนาม:

นิวคาสเซิ่ล (4-3-3): มาร์ติน ดูบลาฟก้า,  เอมิล คนาฟธ์ (ยาค็อบ เมอร์ฟี่ นาทีที่ 85),  ฟาเบียน ชาร์ (จามาล รัซเซลล์ นาทีที่ 61),  แดน เบิร์น,  แม็ตต์ ทาร์เก็ตต์,  บรูโน่ กิมาไรส์,  จอนโจ เชลวี่ย์,  โจ วิลล็อค (คริส วู้ด นาทีที่ 67),  มิเกล อัลมิรอน,  ลินตอน,  อัลล็อง แซงต์-มักซิแม็ง

โค้ช: เอ็ดดี้ ฮาว

ลิเวอร์พูล (4-3-3): อลีสซง เบ็คเกอร์,  โจ โกเมซ,  โฌแอล มาติป,  เฟอร์กิล ฟาน ไดค์,  แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน,  จอร์แดน เฮนเดอร์สัน (ฟาบินโญ่ นาทีที่ 69),  เจมส์ มิลเนอร์ (ติอาโก้ อัลกันตาร่า นาทีที่ 78),  นาบี เกอิต้า,  หลุยส์ ดิอาซ,  ดีโอโก้ โชต้า,  ซาดิโอ มาเน่ (โมฮาเหม็ด ซาลาห์ นาทีที่ 69)

โค้ช: เจอร์เก้น คล็อปป์

กรรมการ: อังเดร มาร์ริเนอร์

pd12 banner

Related Posts