ข่าวฟุตบอลรายวัน, ฟุตบอลออนไลน์

แมนฯซิตี้บุกรัวหมาป่าไม่ยั้ง 5-1 รั้งจ่าฝูงจ่องาบแชมป์ | Premier League

แมนฯซิตี้

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทวงจ่าฝูง พรีเมียร์ลีกอังกฤษ จากลิเวอร์พูลคืนมาได้อย่างทันควัน  หลังจากเดินหน้ากวาดชัยในลีกติดต่อกันเป็นนัดที่ 5 ด้วยการบุกไปรัวใส่ วูล์ฟแฮมป์ตัน แบบไม่ยั้งเท้า 5-1 เมื่อคืนวันพุธที่ 11 พฤษภาคม 2022 ทำให้เรือใบสีฟ้ามีเพิ่มเป็น 89 คะแนนจาก 36 นัดพร้อมฉีกหนีหงส์แดงออกไปเป็น 3 แต้ม แถมยังตุนลูกได้เสียมากกว่า 7 ลูกอีกด้วย ขณะที่ทีม หมาป่าแห่งเมือง ผู้ดีควานหาชัยในลีกไม่เจอติดต่อกันเป็นนัดที่ 5 แถมยังพ่ายไปถึง 4 เกม และยังคงอยู่ในอันดับ 8 มี 50 คะแนนจาก 60 นัด และตามหลังทีมอันดับ 7 ซึ่งจะคว้าโควต้ายูฟ่า ยูโรปา คอนเฟอเรนซ์ ลีกในซีซั่นหน้า อย่างเวสต์แฮม ยูไนเต็ดห่าง 5 แต้ม

เรือใบสีฟ้าน่าจะบุกไปขึ้นนำอย่างรวดเร็วตั้งแต่นาทีที่ 5 เมื่อเควิน เดอ บรอยน์เก็บตกบอลได้จากทางด้านขวา  ก่อนที่จะจ่ายถวายพานทองฝังเพชรเข้าไปในกรอบ 6 หลาหน้าปากประตูให้ฟิล โฟเด้นได้ชาร์จเผาขน  แต่ว่าเจ้าหนูมหัศจรรย์ทีมชาติอังกฤษชาร์จแบบไร้ตัวประกบไม่โดนบอลหลุดออกหลังอย่างเหลือเชื่อ

แต่อีกเพียงแค่ 2 นาทีถัดมาเท่านั้นเอง แฟนเรือใบสีฟ้าที่ตามไปเชียร์ทีมรักก็ได้เฮกันลั่นโมลินิวซ์ กราวน์ด หลังจากทีมในดวงใจได้ประตูปลดล็อกคลายความกดดันขึ้นนำ 1-0 จากการประสานงานกันอย่างสุดแจ่ม  โดยที่แบร์นาโด้ ซิลวาเก็บบอลจากหน้ากรอบ 18 หลาแทงทะลุช่องเข้าไปในเขตโทษให้เดอ บรอยน์สอดอ้อมขึ้นไปกดด้วยซ้ายผ่านมือโชเซ่ ซาเข้าไปตุงตาข่าย

แฟนแมนฯซิตี้ดีใจไปได้เพียงแค่ 4 นาทีเท่านั้นเอง ทางฝั่งวูล์ฟแฮมป์ตันก็ตามตีเสมออย่างทันควัน 1-1 เมื่อราอูล ฮิเมเนซพาบอลสวนกลับขึ้นมาพร้อมแหวกจากกลางสนามแล้วฝากบอลออกไปทางด้านซ้ายให้เปโดร เนโต้แตะเข้าเขตโทษ ก่อนที่จะไหลย้อนกลับไปที่เสาไกลถึงเลอันเดร เดนดองเกอร์เติมเกมรุกขึ้นมาซัดผ่านบล็อกเข้าไปตุงตาข่าย

เดอ บรอยน์กดเม็ดสองของตัวเองในเกมนี้ให้เรือใบสีฟ้าขึ้นนำอีกครั้ง 2-1 จากความผิดพลาดของซาที่ออกมาตัดบอลแล้วเสียท่าให้ราฮีม สเตอร์ลิงทำลายจังหวะทำให้ปัดบอลไม่ขาด แล้วไปเข้าทางปืนจอมทัพทีมชาติเบลเยี่ยมสอดเข้าไปซัดบอลแฉลบเสียบใต้คานเข้าไปอย่างหยดย้อยในนาทีที่ 16

ลูกทีมของเป๊ป กวาร์ดิโอล่าหนีห่างออกไปเป็น 3-1 ในนาทีที่ 24 จากจังหวะบอลทุ่มทางด้านขวาแม้สเตอร์ลิ่งจะจับบอลกระฉอก แต่กลับกลายเป็นดีเมื่อไปเข้าทางเดอ บรอยน์  ก่อนที่จะกระชากบอลเข้าไปหน้ากรอบ 18 หลาพร้อมตะบันด้วยซ้ายบอลพุ่งผ่านซาเสียบโคนเสาไกลเข้าไปอย่างงดงาม  ซึ่งนับเป็นแฮตทริกในเกมนี้อีกด้วย

 

แมนฯซิตี้

 

เปิดฉากครึ่งหลังไปได้เพียงแค่ 2 นาทีแมนฯซิตี้น่าจะหนีห่างออกไปอย่างขาดลอย 

หลังจากชูเอา กานเซโล่เติมเกมรุกขึ้นไปทางด้านขวาแล้วแทงบอลทะลุช่องให้สเตอร์ลิงหลุดเข้าไปในเขตโทษซัดผ่านซาเข้าไปตุงตาข่าย  แต่สุดท้ายโดนจับล้ำหน้า

อย่างไรก็ดี เรือใบสีฟ้า ก็มาได้ลูกที่ 4 ในเกมนี้จนได้หลังเกมผ่านไปได้ครึ่งชั้วโมง  โดยเดอ บรอยน์แทงบอลเข้าเขตโทษด้านซ้ายไปให้โฟเด้นหลุดเข้าไปตบย้อนหลังมาที่เสาไกล แม้ว่าบอลจะไปติดการสกัดของรายัน ไอด์ นูรี  แต่โชคก็ยังเข้าข้างให้มาเข้าทางปืนของเดอ บรอยน์สอยดอกที่ 4 ของตัวเองในเกมนี้ให้หนีห่างออกไปไม่เห็นฝุ่น 4-1

แมนฯซิตี้ยังคงเปิดเกมรุกเข้าใส่อย่างต่อเนื่อง และมีลุ้นเม็ดที่ 5 ในนาทีที่ 67 เมื่อเดอ บรอยน์พาบอลแหวกขึ้นมาไหลเข้าไปในเขตโทษทางด้านซ้ายให้โฟเด้นตั้งเท้าแปผ่านซาไปได้แล้ว แต่บอลเจ้ากรรมดันไปชนเสาเหลี่ยมในเด้งผ่านหน้าปากประตูออกมาอย่างน่าเสียดาย

โฟเด้นเก็บบอลได้จากในเขตโทษทางด้านซ้ายพร้อมจ่ายถวายพานทองไปที่เสาไกลให้สเตอร์ลิงได้ชาร์จจากระยะไม่ถึง 5 หลา  แต่ปีกตัวจี๊ดทีมชาติอังกฤษดันชาร์จพลาดปล่อยให้บอลหลุดออกหลัง  แถมตัวเองยังพุ่งเข้าไปขนเสาเอาเข้าอย่างจังในนาทีที่ 77

ก่อนหมดเวลา 6 นาทีเรือใบสีฟ้ามาได้ประตูตอกย้ำชัยพร้อมยำใหญ่ไปแบบไม่ไว้หน้า 5-1 เมื่อแจ็ค กรีลิช จอมเทคนิคทีมชาติอังกฤษ ซึ่งถูกส่งลงมาเป็นตัวสำรองในช่วงท้ายเกมแผลงฤทธิ์ทันทีด้วยการเก็บบอลได้จากทางด้านขวา ก่อนที่อดีตซุปตาร์แอสตัน วิลล่าจะไหลบอลเข้าช่องให้กานเซโล่เติมเกมรุกขึ้นมาตบบอลเข้ากลางแฉลบหลุดไปถึงเสาไกลเข้าทางสเตอร์ลิงแก้ตัวจากการชาร์จเผาขนไม่เหลือซาก

ช่วงท้ายเกม แมนซิตี้ ยังมีลุ้นอีกสองชุดใหญ่จากการที่สเตอร์ลิงหลุดเข้าไปในเขตโทษด้านซ้ายพร้อมเอี้ยวตัวแปด้วยขวาบอลหลุดเสาสองออกไปแทบไม่น่าเชื่อสายตา  ก่อนที่เดอ บรอยน์เกือบเหมาลูกที่ 5 ของตนเองในเกมนี้จากการบรรจงปั่นด้วยซ้ายหน้ากรอบ 18 หลา แต่บอลดันไปชนเสาเอาเข้าอย่างจัง

 

รายชื่อผู้เล่นตัวจริงที่ลงสนาม:

วูล์ฟแฮมป์ตัน (3-5-2): โชเซ่ ซา,  วิลลี่ โบลี่,  คอเนอร์ เคาดี้,  เลอันเดร เดนดองเกอร์,  จอนนี่ กาสโตร,  รูเบน เนเวส,  ชูเอา มูตินโญ่ (ลุค คันเดิล นาทีที่ 85),  รายัน ไอด์ นูรี,  ,ซิกวินโญ่,  เปโดร เนโต้ (ตรินเกา นาทีที่ 72),  ราอูล ฮิเมเนซ (ฮวาง ฮี-ซาน นาทีที่ 72)

ผู้จัดการทีม: บรูโน่ ลาช

แมนฯซิตี้ (4-2-3-1): เอร์เดซอน โมราเอส,  ชูเอา กานเซโล่,  แฟร์นันดินโญ่ (ริยาด มาห์เรซ นาทีที่ 77),  อายเมริค ลาปอร์กต์ (นาธาน อาเก้ นาทีที่ 61),  โอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก้,  อิลคาย กุนโดกัน,  โรดรี เอร์นานเดซ,  แบร์นาร์โด้ ซิลวา,  เควิน เดอ บรอยน์,  ราฮีม สเตอร์ลิง,  ฟิล โฟเด้น (แจ็ค กรีลิช นาทีที่ 81)

ผู้จัดการทีม: เป๊ป กวาร์ดิโอล่า

ผู้ตัดสิน: มาร์ติน แอ็ตกินสัน

pd12 banner

Related Posts