ข่าวฟุตบอลรายวัน, ฟุตบอลออนไลน์

แมนฯ ซิตี้กำชัย 1 -0 เหนือแอต.มาดริดศึกยูซีแอลยกแรก

แมนฯ ซิตี้

เรือใบเก็บชัยในบ้านเฉือนชนะแอตมาดริด 1 – 0

แมนฯ ซิตี้ กำชัยเหนือแอตเลติโก มาดริดไปได้ตามความคาดหมาย  หลังจาก เรือใบสีฟ้า เปิดบ้านเข่นทีมตราหมีไปแบบหืดขึ้นคอ 1-0 ในเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบก่อนรองชนะเลิศนัดแรก เมื่อค่ำคืนวันอังคารที่ 5 เมษายน 2022  ก่อนที่จะต้องกลับไปเตะชี้ชะตากันในนัดสองที่แชมป์เก่าลา ลีกาซีซั่นที่แล้วจะเป็นฝ่ายได้เปิดรังรับมือจ่าฝูงพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ในวันพุธที่ 13 เมษายน 2022

ต่างลงทำศึกในแมตช์นี้ด้วยการพกความมั่นใจมาเต็มกระเป๋าทั้งคู่  หลังจากต่างคว้าชัยในลีกนัดสุดสัปดาห์มาด้วยกันทั้งสองทีม  โดย แมนฯ ซิตี้ เอาชนะเบิร์นลี่ย์ไปได้ตามเป้าหมาย 2-0 ขณะที่แอต.มาดริดขยี้เดปอร์ดิโบ อลาเบสไปยับเยิน 4-1

แม้ว่าทั้งสองฝ่ายจะผลัดกันทักทายกันไปตั้งแต่สิ้นเสียงนกหวีดจากผู้ตัดสินเป่ายาวเริ่มการแข่งขัน  แต่มันก็ต้องรอจนเข้าสู่นาทีที่ 20 กว่าที่แมนฯ ซิตี้จะได้มีโอกาสจะแจ้ง โดยริยาด มาห์เรซ ซุปตาร์ทีมชาติแอลจีเรีย ซึ่งเพิ่งอกหักหลังไม่สามารถนำทีมบ้านเกิดไปโชว์เพลงแข้งในศึกฟุตบอลโลก 2022 รอบสุดท้ายที่กาตาร์ในช่วงปลายปีนี้ได้สำเร็จ เก็บบอลได้จากทางด้านขวาพร้อมวางบอลเข้าไปในเขตโทษ  แต่บอลดันไปแฉลบส้นเท้าอิลคาย กุนโดกัน แม้ว่ามิดฟิลด์ทีมชาติเยอรมันเกือบหันมาเจอบอล แต่จังหวะนี้ก็ต้องให้เครดิตยอดนายทวารของทีมตราหมีอย่างยาน โอบัคที่ออกมาได้เร็วทันท่วงทีที่จะรับเอาบอลไว้ได้ทัน

โอบลัค ต้องออกแรงเซฟช่วยแอต.มาดริดในนาทีที่ 30 จากจังหวะที่มาห์เรซแทงบอลทะลุช่องไปทางด้านขวาให้ชูเอา กานเซโล่ ซึ่งสลับฝั่งขึ้นมาเติมเกมรุก สอดเข้าช่องไปตบบอลเข้ากลางไปที่กรอบ 6 หลาหน้าปากประตู  แต่ก็ลึกไปจนทำให้ประตูมือหนึ่งทีมชาติสโลวีเนียออกมาดักตะปบบอลเอาไว้แบบไม่มีกระฉอกแต่อย่างใดเลยทีเดียว

 

แมนฯ ซิตี้

 

ดีเอโก้ ซิเมโอ เน่วางหมากมาให้ทีมตราหมีเล่นกันอย่างรัดกุมพร้อมแนวรับที่แข็งแกร่งดุจกำแพงเมืองจีน  ทำให้ยากเรือใบสีฟ้าจะเจาะไข่แดงเข้าไปพังประตูได้ง่าย ๆ แต่ทางฝั่งเจ้าถิ่นก็ได้ลุ้นส่งท้ายก่อนหมดครึ่งแรก 2 นาที  เมื่อจอห์น สโตนดันเกมรุกพาบอลขึ้นมาหน้ากรอบเขตโทษ 18 หลา ก่อนที่ปราการหลังทีมชาติอังกฤษจะตัดสินใจตะบันด้วยขวาหนีบล็อคของโกเก้  แต่ว่าบอลก็เหินข้ามคานไปไกล

เจ้าบ้านเป็นฝ่ายทักทายทันทีที่ผ่านครึ่งหลังไปได้เพียงแค่ 3 นาทีเท่านั้น  โดยเดอ บรอยน์อาศัยความสามารถเฉพาะตัวพาบอลแหวกขึ้นมาทางด้านซ้ายตบเข้าไปในเขตโทษให้กุนโดกันได้ช่องหมุนตัวปั่นด้วยขวา  แต่ว่าบอลไปแฉลบสเตฟาน ซาวิชกระดอนพื้นหลุดเสาไกลออกไปเพียงนิดเดียวเอง

เดอ บรอยน์ มีโอกาสได้ลุ้นอีกครั้งในนาทีที่ 55 เมื่อได้ฟรีคิกจากระยะอันตรายบริเวณหน้าเขตโทษ 18 หลา  ก่อนที่จะวิ่งมาบรรจงปั่นด้วยขวาบอลโค้งข้ามกำแพงไปได้แล้ว  แต่ว่าโอบัคก็ยังทุบออกมา ก่อนที่ตามมากวาดทิ้งออกไปได้ทัน

หลังจากขึงเกมรุกนวดอยู่นานแต่ก็ยังไม่ได้ประตูขึ้นนำที่ต้องการเสียที  ทำให้แมนฯซิตี้ขยับปรับหมากด้วยการเปลี่ยนตัวสำรองในแนวรุกพร้อมกันทีเดียว 3 คนรวดในนาทีที่ 68 ไล่ไปตั้งแต่กาเบรียล เชซุส หัวหอกทีมชาติบราซิล,  แจ็ค กรีลิช จอมเทคนิคทีมชาติอังกฤษ และฟิล โฟเด้น ดาวโรจน์ทีมชาติอังกฤษ เพื่อหวังเพิ่มความแตกต่างพร้อมมีมิติในเกมรุกที่มากขึ้น

สำหรับการเปลี่ยนตัวในครั้งนี้เห็นผลอย่างทันตาหลังผ่านไปได้อีกเพียงแค่ 2 นาทีเท่านั้นเอง  เมื่อโฟเด้นสวมบทซูเปอร์ซับทันทีที่ลงสนามไปได้เพียงแค่ 2 นาทีเท่านั้นเอง  โดยเก็บบอลได้จากทางหน้าเขตโทษด้านขวา ก่อนที่จะพลิกแทงลอดขาเรยนิลโด้ไปถึงเดอ บรอยน์สอดเข้ามาซัดด้วยขวาสวนตัวโอบลัคเข้าไปซุกเสาไกลให้เรือใบสีฟ้าได้ประตูที่ต้องการพร้อมปลดล็อก 1-0

แม้ว่าช่วงที่เหลือ เรือใบสีฟ้า จะเป็นฝ่ายที่มีโอกาสตุนสกอร์เพิ่มหลายต่อหลายครั้ง  แต่ก็ยังไม่เด็ดขาดมากพอที่จะพังประตูเพิ่มได้สำเร็จ  โดยเฉพาะการซัดสั่งลาเกมนี้เหินข้ามคานไปของเดอ บรอยน์

 

รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนามตัวจริง:

แมนฯซิตี้ (4-3-3): เอแดร์ซอน โมราเอส,  จอห์น สโตน,  นาธาน อาเก้,  อายเมริค ลาปอร์กต์,  ชูเอา กานเซโล่,  เควิน เดอ บรอยน์,  โรดรี เอร์นานเดซ,  อิลคาย กุนโดกัน (แจ็ค กรีลิช นาทีที่ 68),  ริยาด มาห์เรซ (ฟิลโฟเด้น นาทีที่ 68),  ราฮีม สเตอร์ริ่ง (กาเบรียล เชซุส นาทีที่ 68),  แบร์นาร์โด้ ซิลวา

โค้ช: เป๊ป กวาร์ดิโอล่า

แอต.มาดริด (5-2-3-1): ยาน โอบลัค,  ซิเม่ เวอร์ซัลจ์โก้,  ฟิลิปเป้,  สเตฟาน ซาวิช,  เรยนิลโด้,  เรนาน โลดี้,  มาร์กอส ยอเรนเต้ (มาเธอุส คุนย่า นาทีที่ 60),  เจฟเฟร่ย์ กงด็อกเบีย,  โกเก้ (โรดริโก้ เดอ ปอล นาทีที่ 60),  อ็องตวน กรีซมันน์ (อังเคล กอร์เรอา นาทีที่ 60),  ชูเอา เฟลิกซ์ (โธมัส เลอมาร์ นาทีที่ 81)

โค้ช: ดีเอโก้ ซิเมโอเน่

ผู้ตัดสิน: อิสต์วาน โควัชส์ (โรมาเนีย)

pd12 banner