ข่าวฟุตบอลรายวัน, ฟุตบอลออนไลน์

บุญมีแต่กรรมบังแมนเชสเตอร์ ซิตี้สุดช็อกโดนชุดขาวน็อกร่วง สุดดราม่า | UEFA Champions League : Semi-finals, 2nd leg

แมนเชสเตอร์ ซิตี้

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จ่าฝูงพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ปล่อยโอกาสทองฝังเพชรที่จะได้ตบเท้าเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ฤดูกาล 2021 – 2022 ไปแบบสุดช็อก หลังจากโดน เรอัล มาดริด แชมป์ลา ลีกาสเปน สร้างปาฏิหาริย์ที่ซานติอาโก เบร์นาบิวได้อีกครั้งจากการพลิกนรกกระทุ้งสองตุงรวดในช่วงท้ายเกมพลิกแซงชนะ 2-1 ในช่วง 90 นาที ก่อนที่คาริม เบนเซม่าจะมาสวมบทฮีโร่ซัลโวจุดโทษให้เอาชนะไปเบ็ดเสร็จ 3-1 ในรอบรองชนะเลิศนัดสอง เมื่อคืนวันพุธที่ 4 พฤษภาคม 2022 พร้อมทะลุเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศไปราวปาฏิหาริย์ด้วยสกอร์รวมสุดดราม่า 6-5

ติโบต์ กุร์กตัวส์ นายด่านหมายเลขหนึ่งทีมชาติเบลเยี่ยม เซฟมือเป็นระวิงให้ราชันชุดขาวในครึ่งแรกทั้งจากการสับไกของริยาด มาห์เรซ สตาร์ทีมชาติแอลจีเรีย ที่ลองปั่นฟรีคิกจากระยะ 25 หลาในนาทีที่ 10 และลูกตะบันเต็มเหนี่ยวของแบร์นาโด้ ซิลวา ปีกตัวจี๊ดทีมชาติโปรตุเกส ในนาทีที่ 20 รวมไปถึงการเซฟลูกส่องไกลของฟิล โฟเด้น ดาวเตะดาวโรจน์ทีมชาติอังกฤษ ก่อนหมดครึ่งแรก 5 นาที

ราชันชุดขาวตั้งหลักได้พร้อมกลับมามีลุ้นขึ้นนำทันทีที่เปิดฉากครึ่งหลังไปได้เพียงแค่นาทีเดียวเท่านั้นเอง  โดยดานี่ การ์บาฆาล ปราการหลังทีมชาติสเปน เติมเกมรุกสอดขึ้นมาทางด้านขวาปาดขวางมาเข้าทางวินิซิอุส จูเนียร์ ดาวยิงดาวโรจน์ทีมชาติบราซิล ได้สับไกแบบไร้ตัวประกบ  แต่ว่าเอแดร์ซอน โมราเอสเซฟได้อย่างเหลือเชื่อช่วยให้เรือใบสีฟ้าไม่ต้องตกเป็นฝ่ายตามหลัง

นาทีที่ 73 แฟน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ตามไปเชียร์ทีมรักได้เฮกันลั่นซานติอาโก เบร์นาบิว  หลังจากทีมในดวงใจได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะที่อิลคาย กุนโดกัน มิดฟิลด์ทีมชาติเยอรมัน ซึ่งเกมนี้ลงมาเป็นตัวสำรองในครึ่งหลัง ทิ่มบอลจากพื้นที่ว่างกลางสนามซิลวากระชากบอลขึ้นไปพร้อมไหลออกทางด้านขวาให้มาห์เรซบรรจงปั่นโค้งหนีมือกูร์กตัวส์เข้าเสาไกลไปแบบหยดย้อย ทำให้ตอนนี้เรือใบสีฟ้ามีสกอร์รวมหนีห่างออกไปเป็น 4-2 และแทบกุมชะตาตัวเองเอาไว้ในกำมือกับเวลาที่เหลืออยู่ไม่มากสักเท่าใด

สถานการณ์ยิ่งเป็นใจไปกว่าเดิม และ เรือใบสีฟ้า น่าจะปิดจ๊อบไปได้ในนาทีที่ 86 โดยแจ็ค กรีลิช จอมเทคนิคทีมชาติอังกฤษ ซึ่งเกมนี้เป็นอีกหนึ่งตัวสำรอง ลากเข้าไปในเขตโทษด้านซ้ายจนสุดเส้นหลังพร้อมปาดไปที่หน้าปากประตู  และบอลกำลังจะข้ามเส้นเข้าไปแล้ว  แต่ราชันชุดขาวยังโชคดีที่มีแฟร์กล็องด์ เมนดี้ยืนคุมเส้นเคลียร์ออกไปได้อย่างหวุดหวิด

ทุกอย่างดูเหมือนจะจบแบบแฮปปี้เอนด์ดิ้งสำหรับ แมนฯซิตี้  แต่ว่าสุดท้ายกลับกลายเป็นหนังหักมุมเขียนบทให้เรือใบสีฟ้าต้องชอกช้ำแทบกระอักเลือด  โดยเรอัล มาดริดมาได้ประตูตีเสมอ 1-1 ในนาทีสุดท้ายจากจังหวะที่เอดูอาร์โด้ กามาวินก้าเปิดบอลโด่งเข้าไปในเขตโทษให้เบนเซม่าวิ่งไปดักกระโดดเกี่ยวบอลไปที่หน้าปากประตูให้โรดริโก้ตัดหน้าจิ้มบอลก่อนที่เอแดร์ซอนจะเข้าถึงบอลเข้าไปตุงตาข่าย

 

แมนเชสเตอร์ ซิตี้

 

เรอัล มาดริดขึ้นนำพลิกชนะแมนเชสเตอร์ ซิตี้ในท้ายเกม

เท่านั้นมันยังไม่สาสมใจในเมื่อเทพีแห่งโชคกลับมาเข้าข้าง เรอัล มาดริด ทำให้ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บก้าวเข้าสู่นาทีที่ 2 โรดริโก้ ซึ่งเกมนี้ลงมาเป็นตัวสำรองในครึ่งหลัง รับบทซูเปอร์ซับโขกให้ราชันชุดขาวพลิกแซงชนะไปได้ 2-1 ในช่วง 90 นาที ส่งผลให้สกอร์รวมสองนัดเท่ากันที่ 5-5 ต้องต่อเวลาพิเศษออกไปอีกครึ่งละ 15 นาที

สาวก เรือใบสีฟ้า ทั่วโลกแทบช็อกตาตั้งคาทั้งคาสนามคาหน้าจอเมื่อนาทีบาปเกิดขึ้นในช่วงต่อเวลาพิเศษก้าวเข้าสู่นาทีที่ 5 โดยต้องมาเสียจุดโทษจากการที่รูเบน ดิอาสดักจิ้มบอลในเขตโทษแต่โชคร้ายไปโดนขาเบนเซม่าร่วงลงไป  และผู้ตัดสินไม่รีรอที่จะชี้ไปที่จุดโทษ  ก่อนที่สิงห์เฒ่าทีมชาติฝรั่งเศสจะลุกขึ้นมารับหน้าที่เพชฌฆาตสังหารไม่พลาดอย่างเยือกเย็นเป็น 3-1

แม้ช่วงที่เหลือเรือใบสีฟ้าจะโหมเกมรุกเข้าใส่สุดกำลังกับความหวังที่เหลือ แต่ว่าราชันชุดขาวก็ผนึกกำลังร่วมกันต้านเอาไว้ได้ตลอดรอดฝั่ง  ทำให้ทะลุเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศไปด้วยสกอร์ 6-5 และจะเข้าไปดวลกับอีกหนึ่งตัวแทนจากอังกฤษอย่างลิเวอร์พูลเป็นด่านสุดท้าย ในคืนวันเสาร์ที่ 28 พฤษภาคม 2022 ที่สต๊าด เดอ ฟรองซ์ในฝรั่งเศส ซึ่งนับเป็นการรีแมตช์นัดชิงดำเมื่อปี 2018 ซึ่งครั้งนั้นหากจำกันได้มันเป็นการดับอนาคตของนายทวารจอมเหวอชาวเยอรมันอย่างลอริส คาริอุส ก่อนที่ชุดขาวจะได้แชมป์เพิ่มไปอีกสมัย

 

รายชื่อผู้เล่นตัวจริงที่ลงสนาม:

เรอัล มาดริด (4-3-3): ติโบต์ กูร์กตัวส์,  ดานี่ การ์บาฆาล,  เอแดร์ มิลิเตา (เชซุส บาเยโฆ่ นาทีที่ 115),  นาโช่ เฟอร์นันเดซ,  แฟร์กล็องด์ เมนดี้,  โทนี่ โครส (โรดริโก้ นาทีที่ 68),  กาเซมีโร่ (มาร์โก อาเซนซิโอ นาทีที่ 75),  ลูก้า โมดริช (เอดูอาร์โด้ กามาวินก้า นาทีที่ 75),  เฟรเดริโก้ วัลเวร์เด้,  คาริม เบนเซม่า (ดานี่ เซบายอส นาทีที่ 104),  วินิซิอุส จูเนียร์ (ลูคัส บาสเกซ นาทีที่ 115)

โค้ช: คาร์โล อันเชล็อตติ

แมนฯซิตี้ (4-3-3): เอแดร์ซอน โมราเอส,  ไคล์ วอล์คเกอร์ (โอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก้ นาทีที่ 72),  รูเบน ดิอาส,  อายเมริค ลาปอร์กต์,  ชูเอา กานเซโล่,  แบร์นาร์โด้ ซิลวา,  โรดรี้ (ราฮีม สเตอร์ลิ่ง นาทีที่ 99),  เควิน เดอ บรอยน์ (อิลคาย กุนโดกัน นาทีที่ 72),  ริยาด มาห์เรซ (แฟร์นันดินโญ่ นาทีที่ 85),  กาเบรียล เชซุส (แจ็ค กรีลิช นาทีที่ 78),  ฟิล โฟเด้น

โค้ช: เป๊ป กวาร์ดิโอล่า

กรรมการ: ดานิเอเล่ ออร์ซาโต้ (อิตาลี)

pd12 banner

Related Posts